จำนวนผู้เข้าชม

วันนี้ 568
เมื่อวานนี้ 823
สัปดาห์นี้ 1593
สัปดาน์ที่แล้ว 15035
เดือนนี้ 30290
เดือนที่แล้ว 25166
ทั้งหมด 4558442

 
 เศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
 

รายได้ประชากรและผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด
                รายได้ประชากร ผลิตภัณฑ์โดยทั่วไปจังหวัดขึ้นอยู่กับผลผลิตทางการเกษตรและการค้า อาชีพหลักคือ การทำสวนยางพารา ปาล์มน้ำมัน การทำนา และการทำสวนไม้ผล ฯลฯ จากตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมของงสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในปี 2554  ประชากรมีรายได้เฉลี่ยต่อคน/ปี เท่ากับ 114,657 บาท เป็นลำดับที่ 9 ของภาคใต้ และลำดับที่ 27 ของประเทศ  โดยมีมูลค่าสูงกว่าปีที่ผ่านมาประมาณ 12,295 บาท
                ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP)
ผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดสตูล (GPP) ในปี 2554 มีมูลค่าเท่ากับ 33,951 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 4,014 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 13.4  โดยมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดของภาคเกษตร สูงกว่านอกภาคเกษตรเล็กน้อย คิดเป็นร้อยละ 50.7 และ 49.7 ตามลำดับ  ซึ่งเมื่อพิจารณามูลค่าตามรายสาขาการผลิต      ที่สำคัญของจังหวัด พบว่าในสาขาการเกษตร การล่าสัตว์ และการป่าไม้ มีสัดส่วนสูงที่สุด  รองลงมาคือสาขาการประมง คิดเป็นร้อยละ 36.1 และ 14.6 ตามลำดับ ซึ่งทั้งสองสาขาการผลิตนี้อยู่ในภาคเกษตร สำหรับภาคนอกเกษตร  สาขาการผลิตอุตสาหกรรม และสาขาการขายส่ง ขายปลีกฯ มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดสูงที่สุดใกล้เคียงกัน โดยมีสัดส่วนคิดเป็นร้อยละ 12.3 และ 12.0 ตามลำดับ  

มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดสตูล พ.ศ. 2552 - 2554
หน่วย: ล้านบาท


สาขาการผลิต

       ณ ราคา   
        ประจำปี

 

โครงสร้าง
๒๕๕๒ (%)

      ณ ราคาคงที่

 

อัตราเพิ่ม
๒๕๕๒ (%)

๒๕๕๑

๒๕๕๒

2553

๒๕๕๑

๒๕๕๒

2553

  ภาคเกษตร

๑2,949

๑2,808

14,581

50.0

๕,๘75

6,014

5,890

-2.1

เกษตรกรรม การล่าสัตว์ และการป่าไม้

๘,๔59

๗,820

9,385

32.2

๒,802

๒,798

2,634

-5.9

การประมง

4,490

4,987

5,196

17.8

๓,073

๓,2๑๖

3,257

1.3

  ภาคนอกเกษตร

๑๓,235

๑๓,176

14,555

50.0

5,907

๖,001

6,359

6.0

การทำเหมืองแร่และเหมืองหิน

๑62

๑66

165

0.6

๖1

๖3

61

-4.4

การผลิตอุตสาหกรรม

๓,610

๓,104

3,618

12.4

๑,๕77

๑,๕1๒

1,603

6.0

การไฟฟ้า ก๊าซ และการประปา

๓๔1

419

458

๑.6

๒๘๘

๓10

343

10.8

การก่อสร้าง

624

736

858

๒.9

๒๒๘

๒๘3

319

12.8

การขายส่ง การขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์ จักรยานยนต์ของใช้ส่วนบุคคล และของใช้ในครัวเรือน

 

๒,449

 

๒,๔82

 

2,850

 

9.8

 

๑,117

 

๑,146

 

1,313

 

14.6

โรงแรมและภัตตาคาร

๑27

๑31

142

0.๕

๖3

๗1

77

8.4

การขนส่ง สถานที่เก็บสินค้า และการคมนาคม

 

๗10

 

๗๔2

 

757

๒.6

 

๖๑5

 

๖2๒

 

584

-6.1

ตัวกลางทางการเงิน

๔57

๔54

500

๑.๗

๒08

๒06

220

6.8

การให้เช่า และบริการทางธุรกิจ บริการด้านอสังหาริมทรัพย์

 

๖20

 

๖41

 

623

๒.1

 

๔๓๖

 

๔55

 

451

-0.9

การบริหารราชการแผ่นดินและการป้องกันประเทศ รวมทั้ง
การประกันสังคมภาคบังคับ

๑,๑๒3

๑,055

 

1,166

๔.0

๓44

๓10

 

335

8.0


มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดสตูล พ.ศ. 2552 – 2554 (ต่อ)

สาขาการผลิต

ณ ราคาประจำปี

โครงสร้าง
2554
(%)

ณ ราคาคงที่

อัตราเพิ่ม
2554
(%)

2552

2553

2554

2552

2553

2554

การบริหารราชการแผ่นดินและการป้องกันประเทศ รวมทั้งการประกันสังคมภาคบังคับ

1,085

1,192

1,292

3.8

784

850

911

7.2

การศึกษา

1,689

1,760

1,787

5.3

1,148

1,180

1,150

-2.6

การบริการด้านสุขภาพและงานด้านสังคมสงเคราะห์

391

357

379

1.1

279

251

265

5.8

การให้บริการชุมชน สังคม และการบริการส่วนบุคคลอื่นๆ

172

163

180

0.5

139

128

135

6.0

ลูกจ้างในครัวเรือนส่วนบุคคล

12

18

12

0.0

9

15

9

-38.9

ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด

24,800

29,936

33,951

100.0

20,838

21,642

22,336

3.2

มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมเฉลี่ยต่อคน (บาท)

85,999

102,362

114,657

-

-

-

-

-

ประชากร (1,000 คน)

288

292

296

-

-

-

-

-

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ณ เมษายน 2556
หมายเหตุ: 1.  0.0 หมายถึง มีสัดส่วนน้อยมาก    
2.  โครงสร้าง 2554 (%) และอัตราเพิ่ม 2554 (%) คำนวณมาจากตัวเลขที่มีจุดทศนิยมของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ต้นฉบับ)


ภาวะการทำงานของประชากร
ผู้มีงานทำ และอัตราการว่างงาน
จากผลการสำรวจภาวะการทำงานของประชากรจังหวัดสตูลในไตรมาสที่ 4 พ.ศ. 2555 (ตุลาคม – ธันวาคม 2555)  พบผู้มีอายุ 15 ปีขึ้นไป ประมาณ 230,056 คน เป็นเพศหญิงประมาณ 115,319 คน เป็นเพศชายประมาณ 114,737 คน  คิดเป็นร้อยละ  50.1 และ 49.9 ตามลำดับ โดยเป็น     ผู้อยู่ในกำลังแรงงานประมาณ 169,212 คน และไม่อยู่ในกำลังแรงงานประมาณ 60,844 คน คิดเป็นร้อยละ 73.6 และ 26.4  ตามลำดับ
เมื่อพิจารณาด้านการอยู่ในกำลังแรงงานของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปจำแนกตามเพศ พบว่า ชายมีสัดส่วนของประชากรที่อยู่ในกำลังแรงงานมากกว่าเพศหญิง คือ ร้อยละ 64.6 และ 47.7 ตามลำดับ   และจากผู้ที่อยู่ในกำลังแรงงาน 169,179 คน  พบว่าเป็นผู้มีงานทำประมาณ 167,093 คน    คิดเป็นร้อยละ 98.7 และเป็นผู้ว่างงานหรือไม่มีงานทำประมาณ 86 คน คิดเป็นอัตราการว่างงาน        ร้อยละ  0.1  (อัตราการว่างงานภาคใต้ และของประเทศ คือ 0.5  และ 0.5 ตามลำดับ)  สำหรับผู้ที่อยู่ในกำลังแรงงานที่รอฤดูกาลในไตรมาสนี้ จากการสำรวจพบว่า มีสัดส่วนเพียงเล็กน้อย

ตาราง 1  จำนวนและร้อยละของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป จำแนกตามสถานภาพแรงงาน และเพศ

สถานภาพแรงงาน

รวม

ชาย

หญิง

จำนวน

ร้อยละ

จำนวน

ร้อยละ

จำนวน

ร้อยละ

ผู้มีอายุ 15 ปีขึ้นไป

230,056

100.0

114,737

100.0

115,319

100.0

1. ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน

169,212

76.4

97,850

64.6

71,362

77.1

    1.1  กำลังแรงงานปัจจุบัน

169,179

56.2

97,850

64.6

71,329

47.7

        1.1.1  ผู้มีงานทำ

167,093

56.2

97,850

64.6

71,243

47.6

        1.1.2  ผู้ว่างงาน

86

0.0

-

-

86

0.1

    1.2  ผู้ที่รอฤดูกาล

33

0.0

-

-

33

0.0

2. ผู้ไม่อยู่ในกำลังแรงงาน

60,844

24.2

16,887

11.1

43,957

29.4

    2.1  ทำงานบ้าน

23,081

7.7

315

0.2

22,766

15.2

    2.2  เรียนหนังสือ

15,759

5.2

6,043

4.0

9,176

6.5

    2.3  อื่นๆ

71,080

7.3

10,529

6.9

11,475

7.7

หมายเหตุ :  0.0  หมายถึง  สัดส่วนเพียงเล็กน้อย
ที่มา : โครงการสำรวจภาวะการมีงานทำของประชากรจังหวัดสตูล พ.ศ. 2555 ไตรมาสที่ 4 (ตุลาคม – ธันวาคม 2555)
สำนักงานสถิติจังหวัดสตูล  สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

เมื่อพิจารณา
       หมายเหตุ  : อัตราการว่างงาน =    (ผู้ว่างงาน x 100)/ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน
                                                                   
อาชีพของผู้มีงานทำ
                         สำหรับอาชีพของผู้มีงานทำในจังหวัดสตูล จากผลการสำรวจพบว่าผู้ปฏิบัติงานที่มีฝีมือในด้านการเกษตรและการประมงมีจำนวนมากที่สุด  คือประมาณ 79,318 คน คิดเป็นร้อยละ 46.9  โดยมีสัดส่วนของชายมากกว่าหญิง คือร้อยละ 52.7  และ 38.9  ตามลำดับ  รองลงมาคือพนักงานบริการและพนักงานในร้านค้าและตลาด มีประมาณ  31,826 คน  คิดเป็นร้อยละ 18.8  ในสาขาอาชีพนี้มีสัดส่วนของหญิงมากกว่าชาย คือร้อยละ 26.2 และ 13.5  ตามลำดับ  และอาชีพขั้นพื้นฐานต่างๆ ในด้านการขาย และการให้บริการ มีประมาณ 16,077 คน คิดเป็นร้อยละ 9.5 โดยมีสัดส่วนของหญิงมากกว่าชาย คือร้อยละ 11.5 และ 8.1 ตามลำดับ  และผู้ปฏิบัติงานด้านความสามารถทางฝีมือและธุรกิจอื่นๆที่เกี่ยวข้อง  มีประมาณ  13,703 คน คิดเป็นร้อยละ  8.1 โดยมีสัดส่วนชายมากกว่าหญิง  คือร้อยละ 11.5 และ 3.3 และผู้ประกอบวิชาชีพด้านต่างๆ มีประมาณ 10,397 คน  คิดเป็นร้อยละ 6.1 โดยมีสัดส่วนหญิงมากกว่าชาย คือร้อย 10.4 และ 3.1  ตามลำดับ ตามลำดับ ส่วนอาชีพที่พบว่ามีจำนวนน้อยที่สุดในรอบการสำรวจครั้งนี้ คือ อาชีพ     ผู้บัญญัติกฎหมาย ข้าราชการระดับอาวุโสและผู้จัดการ มีจำนวน 3,077 คน คิดเป็นร้อยละ 1.8

ตาราง 2  จำนวนและร้อยละของผู้มีงานทำ จำแนกตามอาชีพ และเพศ

อาชีพ

รวม

ชาย

หญิง

จำนวน

ร้อยละ

จำนวน

ร้อยละ

จำนวน

ร้อยละ

 

ยอดรวม

169,093

100.0

97,850

100.0

71,243

100.0

1. ผู้บัญญัติกฎหมาย ข้าราชการระดับอาวุโส และผู้จัดการ

3,077

1.8

2,171

2.2

906

1.3

2. ผู้ประกอบวิชาชีพด้านต่างๆ

10,397

6.1

3,004

3.1

7,393

10.4

3. ผู้ประกอบวิชาชีพด้านเทคนิคสาขาต่างๆ  

 

 

 

 

 

 

    และอาชีพที่เกี่ยวข้อง

4,562

2.7

2,300

2.3

2,262

3.2

4. เสมียน

4,847

2.9

      1,348

1.4

3,499

4.9

5. พนักงานบริการและพนักงานในร้านค้า และตลาด

31,826

18.8

13,174

13.5

18,652

26.2

6. ผู้ปฏิบัติงานที่มีฝีมือในด้านการเกษตร และการประมง

79,318

46.9

51,548

52.7

27,770

38.9

7. ผู้ปฏิบัติงานด้านความสามารถทางฝีมือ

 

 

 

 

 

 

    และธุรกิจอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

13,703

8.1

11,303

11.5

2,400

3.3

8. ผู้ปฏิบัติการโรงงานและเครื่องจักร

 

 

 

 

 

 

    และผู้ปฏิบัติงานด้านการประกอบ

5,286

3.2

5,090

5.2

196

0.3

9. อาชีพขั้นพื้นฐานต่างๆ ในด้านการขาย

 

 

 

 

 

 

    และการให้บริการ

16,077

9.5

7,912

8.1

8,165

11.5

ที่มา : โครงการสำรวจภาวะการมีงานทำของประชากรจังหวัดสตูล พ.ศ. 2555 ไตรมาสที่ 4 (ตุลาคม – ธันวาคม 2555)
สำนักงานสถิติจังหวัดสตูล  สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

การเกษตรกรรม
                จังหวัดสตูลมีเนื้อที่ทั้งหมด 1,754,701 ไร่ พื้นที่ถือครองเพื่อการเกษตร 602,780.25 ไร่ คิดเป็น   ร้อยละ 34.35 ของพื้นที่ทั้งหมด พื้นที่เพาะปลูกพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่
                1. ยางพารา  จังหวัดสตูลมีพื้นที่ปลูกยางพารารวม 422,285.00 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 70.06      ของพื้นที่ทำการเกษตรทั้งหมด โดยมีพื้นที่ปลูกกระจายอยู่ทุกอำเภอ ให้ผลผลิตรวม 73,560.16 ตัน และสามารถทำรายได้ให้แก่จังหวัด มีมูลค่ารวม 6,474.975 ล้านบาท
2. ปาล์มน้ำมัน  มีพื้นที่ปลูก 80,072.00 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 13.28 ของพื้นที่ทำการเกษตรทั้งหมด พื้นที่ให้ผล 60,933.25 ไร่ ให้ผลผลิตรวม 146,743.91 ตัน สามารถทำรายได้ให้แก่จังหวัดมูลค่ารวม 649.027 ล้านบาท
                3. ข้าวนาปี  พื้นที่ปลูก 32,624.75 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 5.41 ของพื้นที่ทำการเกษตรทั้งหมด ผลผลิตข้าวเปลือกรวม  12,933.09 ตัน สามารถทำรายได้ให้กับจังหวัดมีมูลค่า 128.037 ล้านบาท
                4. ไม้ผล  การทำสวนผลไม้ในจังหวัดสตูล จะเป็นสวนรายย่อยที่มีพื้นที่สวนขนาดเล็ก 1- 5 ไร่ มีพื้นที่ปลูกรวม 15,666.25 ไร่ พื้นที่ปลูกมีอยู่ทั่วไปทุกอำเภอ ชนิดไม้ผลที่นิยมปลูกได้แก่ เงาะ ลองกอง มังคุด ทุเรียน และส้มโอ เป็นต้น ให้ผลผลิตรวม 10,839.85 ตัน คิดเป็นมูลค่า 222.174 ล้านบาท
                                เงาะโรงเรียน พื้นที่ปลูกรวม 3,109.25 ไร่ ให้ผลผลิตรวม 2,263.02 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวม 35.371 ล้านบาท
                                ลองกอง พื้นที่ปลูกรวม 5,325.25 ไร่ ให้ผลผลิตรวม 3,507.76 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวม 89.863 ล้านบาท
                                มังคุด พื้นที่ปลูกรวม 1,872.75 ไร่ ให้ผลผลิตรวม 1,079.56 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวม 20.514 ล้านบาท
                                ส้มโอ พื้นที่ปลูกรวม 115.00 ไร่ ให้ผลผลิตรวม 87.08 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวม 1.638   ล้านบาท
                                ทุเรียน พื้นที่ปลูกรวม 2,752.25 ไร่ ให้ผลผลิตรวม 1,577.21 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวม 43.582 ล้านบาท
                                จำปาดะ พื้นที่ปลูกรวม 1,260.25 ไร่ ให้ผลผลิตรวม 773.85 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวม 16.250 ล้านบาท
                                ไม้ผลอื่นๆ  พื้นที่ปลูกรวม 1,231.50 ไร่ ให้ผลผลิตรวม 1,551.37 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวม 14.96 ล้านบาท
5. ไม้ยืนต้น ได้แก่ มะพร้าว พื้นที่ปลูกรวม 3,885.25 ไร่ ให้ผลผลิตรวม 4,330.73 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวม 163.628 ล้านบาท
                6. พืชไร่ เช่น สับปะรด อ้อยคั้นน้ำ และมันเทศ เป็นต้น มีพื้นที่ปลูกรวม 419.50 ไร่ ผลผลิตรวม 785.50 ตัน มูลค่ารวม 8.290 ล้านบาท
                7. พืชผัก เช่น แตงโม พริกขี้หนู แตงกวา ฟักทอง ฟักเขียว ตะไคร้ มะเขือยาว ถั่วฝักยาว ข้าวโพดหวาน ผักกวางตุ้ง ผักคะน้า และผักบุ้ง เป็นต้น มีพื้นที่ปลูกรวม 5,178.75 ไร่ ผลผลิตรวม 7,206.13 ตัน มูลค่ารวม 196.291 ล้านบาท
                8. พืชอื่นๆ เช่น สะตอ ไผ่ และป่าชุมชน เป็นต้น มีพื้นที่ปลูกรวม 42,648.75 ไร่

การอุตสาหกรรม
                จังหวัดสตูล มีโรงงานอุตสาหกรรมจำพวกที่ ๑ จำพวกที่ ๒ และจำพวกที่ ๓ ที่มาจดทะเบียนกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสตูล ยอดรวมสะสม ถึงวันที่ ๑๑ เดือน มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ จำนวนทั้งสิ้น ๓0๑ โรงงาน เงินลงทุน ๒,๓๖๕.๔๙ ล้านบาท แรงงาน ๔,๓๘๕ คน โดยจำแนกเป็นพวกโรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ ดังนี้

จำพวกที่

จำนวนโรงงาน
(โรงงาน)

จำนวนเงินทุน
(ล้านบาท)

จำนวนคนงาน
(คน)

1

93

15.26

120

2

18

33.70

81

3

190

2,316.53

4,184

รวม

301

2,365.49

4,385

จำแนกตามเงินลงทุน ดังนี้
1. โรงงานขนาดเล็กที่มีเงินทุนไม่เกิน 10 ล้านบาท (ไม่นับโรงงานสีข้าว) จำนวน 168 โรง ได้แก่ โรงงานซ่อมรถ, โรงงานขุดตักดิน, โรงงานดูดทราย เป็นต้น
2. โรงงานขนาดกลางที่มีเงินทุน 10 ล้านบาท ถึง 100 ล้านบาทจำนวน 39 โรง ได้แก่
โรงงานแปรรูปไม้ยางพารา และโรงงานผลิตยางรมควัน เป็นต้น
3. โรงงานขนาดใหญ่ที่มีเงินตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไปจำนวน 3 โรง ประกอบด้วย
3.1 บริษัท กว๋างเขิ่นรับเบอร์(สตูล)จำกัด ประกอบกิจการผลิตยางแท่งมาตรฐาน STR-5L, 20L จำนวนคนงาน 148 คน เงินลงทุน 276.25 ล้านบาท
3.2 บริษัท ผลิตภัณฑ์ปลากระป๋องสยาม จำกัด ประกอบกิจการ ผลิตอาหารทะเลบรรจุกระป๋อง จำนวนคนงาน 1,289 คน เงินทุน 195.00 ล้านบาท
3.3 บริษัทปาล์มไทยพัฒนา จำกัด ประกอบกิจการ สกัดน้ำมันปาล์มดิบ จำนวนคนงาน 40 คน เงินลงทุน 188.98 ล้านบาท
สาขาอุตสาหกรรมที่มีการลงทุนมากที่สุด ๓ อันดับแรกของจังหวัดสตูล ดังนี้
- อุตสาหกรรมอาหาร ประกอบด้วย การสกัดน้ำมันปาล์มดิบ การผลิตอาหารทะเลบรรจุกระป๋องและทำน้ำแข็ง ตามลำดับ ปัจจุบันมีจำนวนโรงงานทั้งสิ้น 27 โรงงาน เงินลงทุน 781.96 ล้านบาท คนงาน 1,755 คน
- อุตสาหกรรมยาง ประกอบด้วย การผลิตยางแท่งมาตรฐาน STR-5L, 20L ทำยางแผ่นผึ่งแห้ง/รมควัน ตามลำดับ ปัจจุบันมีจำนวนโรงงานทั้งสิ้น 21 โรงงาน เงินลงทุน 248.84 ล้านบาท คนงาน 296 คน
- อุตสาหกรรมไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ ประกอบด้วย การแปรรูปไม้ยางพาราและไม้ที่ปลูกขึ้นโดยเฉพาะ 13 ชนิด การทำวงกบประตูหน้าต่างจากไม้แปรรูป และถนอมเนื้อไม้และอบไม้ ตามลำดับ ปัจจุบันมีจำนวนโรงงานทั้งสิ้น 34 โรงงาน เงินลงทุน 261.58 ล้านบาท คนงาน 1,077 คน

โครงสร้างโรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดสตูล สาขาต่างๆ
แสดงจำนวนโรงงานอุตสาหกรรมจังหวัดสตูล จัดหมวดหมู่ตามสาขาอุตสาหกรรม ปี 2556

สาขาอุตสาหกรรม

จำนวนโรงงาน(โรง)

อุตสาหกรรมการเกษตร (โรงสีข้าว)

91

อุตสาหกรรมไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้(แปรรูปไม้ยางพารา วงกบ ประตู หน้าต่าง)

34

อุตสาหกรรมอาหาร (สกัดน้ำมันปาล์มดิบ อาหารทะเลบรรจุกระป๋อง น้ำแข็ง)

27

อุตสาหกรรมยาง (ยางแผ่นผึ่งแห้ง/รมควัน ยางแผ่นแท่งมาตรฐานSTR-5L 20L)

21

อุตสาหกรรมขนส่ง (ต่อและซ่อมเรือ ซ่อมรถยนต์/จักยานยนต์)

19

สาขาอุตสาหกรรม

จำนวนโรงงาน(โรง)

อุตสาหกรรมผลิตอโลหะ (อิฐก่อสร้าง ผลิตซีเมนต์)

13

อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ซ่อมโลหะ (โรงกลึง เหล็กดัด)

9

อุตสาหกรรม ปิโตรเคมีและผลิตภัณฑ์(ผลิตแอสฟัลติคคอนกรีต)

3

อุตสาหกรรมเครื่องจักรกล (ซ่อมเครื่องยนต์และอุปกรณ์เครื่องยนต์)

2

อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และเครื่องเรือน

2

อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์

1

อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม

1

อุตสาหกรรมประเภทอื่นๆ (โรงโม่หิน ขุดตักดิน ดูดทราย ห้องเย็น)

78

รวม

301

การกระจายตัวของโรงงานในอำเภอต่างๆ
หากพิจารณาเป็นรายอำเภอแล้ว อำเภอเมืองสตูล มีโรงงานตั้งอยู่มากที่สุดจำนวน 109 โรง คิดเป็นร้อยละ 36 รองลงมาคืออำเภอละงู จำนวน 70 โรง คิกเป็นร้อยละ 24 และอำเภอควนกาหลง จำนวน 39 โรง คิดเป็น   ร้อยละ 13 ตามลำดับ
จำนวนโรงงานที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI มีจำนวน 7 โรงคือ
1. บริษัท ยูเนี่ยนวู้ดเทค จำกัด                                              แปรรูปไม้ยาง
2. บริษัท กว๋างเขิ่นรับเบอร์(สตูล) จำกัด                             ผลิตยางแท่งมาตรฐาน STR-5L, 20L
3. บริษัท ห้องเย็นสินภักดี จำกัด                                    ทำห้องเย็นเก็บสัตว์น้ำ
4. บริษัท ลาภทวีอินดัสตรี้ส์ จำกัด                                 สกัดน้ำมันปาล์มดิบ
5. บริษัท สหรุ่งทรัพย์น้ำมันปาล์ม จำกัด                             สกัดน้ำมันปาล์มดิบ
6. บริษัท ปาล์มไทยพัฒนา จำกัด                                   สกัดน้ำมันปาล์มดิบ
7. บริษัท ผลิตภัณฑ์ปลากระป๋องสยาม จำกัด     ผลิตอาหารทะเลกระป๋อง

ข้อมุลการลงทุนภาคอุตสาหกรรมในจังหวัดสตูล
ปี 2555 (ระหว่างเดือนมากราคม – ธันวาคม 2555) มีการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม
จำนวน4 โรงงาน ได้แก่ ก๊าซชีวภาพ ฆ่าชำแหละสุกร ซ่อมรถยนต์ และขุดดิน และมีโรงงานที่แจ้งเลิกกิจการจำนวน 9 โรงงาน ได้แก่ การซ่อมรถยนต์ ผลิตภัณฑ์ซีเมนต์ต่างๆ ทำยางแผ่น โรงกลึง และขุดตักดิน
ปี 2556 (ระหว่างเดือนมกราคม – มีนาคม 2556) มีผู้ได้รับอนุญาตประกอบกิจการโรงงานจำนวน 2 โรงงาน เงินลงทุนรวม 28.23 ล้านบาท แรงงานรวม 14 คน ดังนี้
1. ขุดตักดิน (นายเชาวฤทธิ์ มาลินี) เงินลงทุน 28 ล้านบาท แรงงาน 4 คน
2. ผลิตขนมปัง เบเกอรืรี่ (นางวนิดา อุจิ) เงินลงทุน 0.23 ล้านบาท แรงงาน 10 คน และไม่มีโรงงานแจ้งเลิกกิจการ

แร่ธาตุ
สภาพทางธรณีวิทยาของจังหวัดสตูล มีชั้นหินที่อายุแตกต่างกันหลายยุค มีการพบแหล่งแร่ที่สำคัญหลายชนิด ได้แก่
- แหล่งแร่แบไรต์ที่อำเภอทุ่งหว้า        
- แหล่งแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินทรายแป้งอุตสาหกรรมก่อสร้างที่อำเภอทุ่งหว้า
- แหล่งงแร่พลวงที่อำเภอละงู
- แหล่งแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูนเพื่ออุตสาหกรรมซีเมนต์มี่อำเภอละงู
- แหล่งแร่ทองคำที่อำเภอละงู
- แหล่งแร่อุตสาหกรรมชนิดหินปูนเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้างที่อำเภอควนกาหลง

อุตสาหกรรมเหมืองแร่
                การทำเหมืองแร่
                                ในปี 2556 จังหวัดสตูลมีเหมืองแร่ที่ได้สัมปทาน (ประทานบัตร) จำนวน 3 แปลง และได้รับอนุญาตให้เปิดทำการเหมือง จำนวน 3 แปลง
                                1. เหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูน (เพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง) จำนวน 2 แปลง ตั้งอยู่ที่ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล ของนายลำพูน กองสาสนะ และของนายชยุตพงศ์ เรืองกูล (หจก. เรืองกูลศิลาทองรับช่วงฯ )
2. เหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดทราบแป้ง (เพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง) จำนวน 1 แปลงตั้งอยู่ที่ตำบลนาทอน อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล ของบริษัท พุธผาศิลาละงู จำกัด

การสำรวจแร่
เคยมีการสำรวจแร่ทองคำจำนวน 2 แปลง โดยบริษัท อมันตา จำกัด ประกอบด้วย
1. อาชญาบัตรพิเศษเลขที่ 68/2549 สิ้นอายุวันที่ 28 กันยายน 2556 สำรวจในพื้นที่ตำบล
น้ำผุด อำเภอละงู และพื้นที่ตำบลทุ่งหว้า อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล เนื้อที่รวม 9,812 ไร่
2. อาชญาบัตรพิเศษเลขที่ 69/2549 สิ้นอายุวันที่ 28 กันยายน 2554 สำรวจในพื้นที่ตำบล
น้ำผุด อำเภอละงู จังหวัดสตูล

ผลการสำรวจแร่
พบแร่ทองคำ มีความสมบูรณ์เฉลี่ยน้อยมาก ประมาน 1-2 กรัมต่อตัน ต่ปริมานของสินแร่
ปัจจุบันมีคำขอสำรวจอาชญาบัตรแร่ทองคำที่อำเภอละงู จังหวัดสตูล จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 4,315 ไร้ โดย บริษัท อมันตา จำกัด

การเงินการคลัง
๑)  การเงิน
จังหวัดสตูลมีสถาบันการเงินต่าง ๆ  ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์  จำนวน  ๑๒  ธนาคาร  ได้แก่  ธนาคารเพื่อการเกษตรฯ  ธนาคารกรุงเทพ  จำกัด  (มหาชน)  ธนาคารไทยพาณิชย์  จำกัด  (มหาชน)  ธนาคารกรุงไทย  จำกัด  (มหาชน)  ธนาคารกรุงศรีอยุธยา  จำกัด  (มหาชน)  ธนาคารออมสิน  ธนาคารกสิกรไทย  จำกัด  (มหาชน)  ธนาคารทหารไทย  จำกัด  (มหาชน)  ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจฯ  ธนาคารนครหลวงไทย  จำกัด  (มหาชน)  ธนาคารอาคารสงเคราะห์  และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

ปริมาณเงินฝากและสินเชื่อ
จังหวัดสตูล  ปี  ๒๕๕5  (ต.ค. ๒๕๕4 –  ก.ย. ๒๕๕5)


รายการ

หน่วย

ต.ค

พ.ย.

ธ.ค.

ม.ค.

ก.พ.

มี.ค.

เม.ย.

พ.ค.

มิ.ย.

ก.ค.

ส.ค.

ก.ย.

ปริมาณเงินฝาก

ล้านบาท

8,810

8,808

8,820

8,997

9,059

9,378

9,357

9,243

9,216

9,216

9,308

9,201

ปริมาณสินเชื่อ

ล้านบาท

 

3,609

 

3,699

 

3,814

 

3,818

 

4,050

 

4,095

 

4,095

 

4,217

 

4,365

 

4,502

 

4,588

 

4,638

สัดส่วนสินเชื่อ : เงินฝาก

ร้อยละ

40.96

41.99

43.24

42.43

42.89

43.18

43.76

45.59

48.44

48.85

49.29

50.40

ที่มา  :  ธนาคารแห่งประเทศไทย  สำนักงานภาคใต้

 ๒)  การคลัง 

การเบิกจ่ายเงินงบประมาณจังหวัดสตูล  ประจำปีงบประมาณ  พ.ศ.  ๒๕๕5  ภาพรวมเบิกจ่าย           3,648.96  ล้านบาท  คิดเป็นร้อยละ  88.74  ของงบประมาณที่ได้รับการจัดสรร 4,111.94  ล้านบาท และงบลงทุนได้รับการจัดสรร  ๑,248.32  ล้านบาท  เบิกจ่าย  876.90  ล้านบาท  คิดเป็นร้อยละ 84.67

การประมง    
                จังหวัดสตูลเป็นจังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน ที่มีกิจกรรมด้านการเพาะเลี้ยงและการทำการประมง สามารถสร้างรายได้รวมทั้งหมด ปีการผลิต ๒๕๔๔ มูลค่า ๗,๙๔๖.๗๔ ล้านบาท แยกเป็นรายละเอียดดังนี้
๑. การทำการประมง  มีมูลค่าผลผลิตทั้งหมด ๒,๗๙๖.๗๔ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๓๕.๑๙ ของรายได้ภาคการประมง ประกอบด้วย ๒ กิจกรรม ดังนี้
                1.1 ประมงทะเล
                                - การทำการประมงพาณิชย์ เรือประมงจำนวน ๓๖๙ ลำ ปี ๒๕๕๔ มีผลผลิตทั้งหมด ๘๓,๓๙๔.0๕ ตัน มูลค่า ๑,๙๕๗.๑๙ ล้านบาท
                                - การทำการประมงพื้นบ้าน มีชุมชนชาวประมง ๗๕ ชุมชน ในพื้นที่ ๔ อำเภอ ชาวประมง ๓,๖๕๓ รายมีผลผลิตทั้งหมด ๙,๑๓๓.๖๕ ตัน มูลค่า ๑,๙๕๗.๑๕
1.2 การจับสัตว์น้ำจืด ทำการประมงทุกอำเภอ มีผลิต ๑,๑๑0 ตัน มูลค่า ๕๓.๓๖ ล้านบาท
๒. การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ สร้างรายได้เข้าจังหวัด รวมทั้งหมด ๕,๑๔๙.๙0 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๖๔.๘๑ ของรายได้จากภาคการประมง ประกอบด้วย ๒ กิจกรรมหลัก
                2.1 การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด มีเกษตรกร ๒,๓๖๒ ราย ผลผลิต ๑,๓๓๘.๒๒ ตัน มูลค่า ๕๙.0๕ ล้านบาท โดยอำเภอเมืองมีเกษตรกรมากที่สุด ๔๒๗ ราย คิดเป็นร้อยละ ๑๘.0๗
                2.2 การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง
                                - การเพาะเลี้ยงปลาน้ำกร่อย ประกอบด้วยการเลี้ยงและอนุบาลปลาน้ำกร่อย มีเกษตรกรจำนวน ๑,๘๒๓ ราย ผลผลิต ๙๕๗.0๖๖ ตัน มูลค่า ๑๙๑.๔๓ ล้านบาท โดยอำเภอที่มีเกษตรกรมากที่สุดคืออำเภอละงู ๗๑๘ ราย คิดเป็นร้อยละ ๓๙.๓๘
                                - การเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล ประกอบด้วยการเลี้ยงกุ้งทะเลส่วนใหญ่เป็นกุ้งขาวแวนนาไม มีเกษตรกร ๔๔๕ ราย ผลผลิต ๓๕,๔๗๒.๓๒ ตัน มูลค่า ๔,๖๘๒.๓๕ ล้านบาท และมีการเพาะอนุบาลกุ้งทะเล มีผลผลิต ๒,0๗๓ ล้านตัว มูลค่า ๒๑๗.0๗ ล้านบาท

การพาณิชย์และการบริการ
                1.  จังหวัดสตูล ประกอบด้วยด่านศุลกากร 2 ด่าน
                1.1  ด่านศุลกากรสตูล                (ที่อยู่ ตำบลตำมะลัง อำเภอเมือง จังหวัดสตูล )
                1.2  ด่านศุลกากรวังประจัน  (ที่อยู่ ตำบลวังประจัน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล)


2.  มูลค่าการค้าผ่านด่านศุลกากรในจังหวัดสตูล 2 ด่าน มีดังนี้
หน่วย : ล้านบาท

 

ปี 2554

ปี 2555

ปี 2556
(ม.ค.-ก.พ.56)

การนำเข้า

279.21

175.17

40.53

การส่งออก

167.81

69.99

10.69

มูลค่าการค้ารวม

447.02

245.16

51.22

ดุลการค้า

111.40

-105.18

29.84

เปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า ()

67.03

-201.86

2.64

ร้อยละ

17.64

-45.16

5.43

ปี 2555  มีมูลค่าการค้ารวมทั้งปี 245.16 ล้านบาท เปรียบเทียบกับปีทั้งปี 2554 มูลค่า ลดลง 201.86 ล้านบาท หรือร้อยละ 45.16  เนื่องจากมีการนำเข้า สินค้าที่สำคัญ คือ ส่วนประกอบเครื่องบีบน้ำมันปาล์มซึ่งเป็นสินค้าทุนที่มีมูลค่าสูง  และสินค้าอื่นๆ ในลำดับต้น อาทิเช่น กะปิ กุ้งฝอยหมักเกลือ และผ้าโสร่งปาเต๊ะ เป็นต้น
ปี 2556   เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ มีมูลค่าการค้ารวม  51.22  ล้านบาท   เปรียบเทียบกับช่วงระยะเวลาเดียวกันของปี 2555 มูลค่ารวม เพิ่มขึ้น 2.64 ล้านบาท หรือร้อยละ 5.43  เนื่องจากมีการนำเข้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าทุนที่มีมูลค่าสูง คือ เรือบาสก์เก่าใช้แล้ว, ส่วนประกอบเครื่องบีบน้ำมันปาล์ม และสินค้าอื่น ๆ ในลำดับต้น อาทิเช่น กะปิ, กุ้งฝอยหมักเกลือ, เครื่องยนต์และส่วนประกอบเครื่องยนต์เก่าใช้แล้ว เป็นต้น
จากสถิติการค้าระหว่างประเทศจังหวัดสตูล มีสัดส่วนการค้า ปรากฏดังนี้
ปี พ.ศ.2550-2555 การค้าระหว่างประเทศของจังหวัดสตูล มีประเทศคู่ค้าสำคัญคือประเทศมาเลเซีย, อินโดนีเซีย มีทั้งการนำเข้า-ส่งออก และนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน เนเธอร์แลนด์ ผ่านประเทศมาเลเซีย และอินโดนีเซีย และปรากฏการนำเข้าสินค้า อาทิ หอมหัวใหญ่, กระเทียม, มะพร้าว เป็นต้น
ปี พ.ศ. 2556 การค้าระหว่างประเทศไทยของจังหวัดสตูล กับประเทศคู่ค้าสำคัญคือประเทศมาเลเซีย, อินโดนีเซีย มีทั้งการนำเข้า-ส่งออก ผ่านด่านตำมะลัง และด่านวังประจันจังหวัดสตูล ปรากฏการนำเข้าสินค้า อาทิ ส่วนประกอบเครื่องบีบน้ำมันปาล์ม, กุ้งฝอยหมักเกลือ, กะปิ, เครื่องยนต์และส่วนประกอบเครื่องยนต์เก่าใช้แล้ว เป็นต้น 

ชนิดสินค้านำเข้า-ส่งออกที่สำคัญที่ผ่านด่านศุลกากรในจังหวัดสตูล 10 อันดับแรก


รายการสินค้านำเข้า-ส่งออก 10 อันดับ ปี 2556 ( ม.ค. – ก.พ. )

 

ลำดับที่

รายการสินค้าส่งออก

 รวม

รายการสินค้านำเข้า

รวม

1

อิฐดินเผา

3.20

เรือบาสก์เก่าใช้แล้ว

14.06

2

กระเบื้องมุงหลังคา

3.02

ส่วนประกอบเครื่องบีบน้ำมันปาล์ม

9.99

3

กระเบื้องซิเมนซ์กั้นฝา

1.56

กะปิ

5.37

4

เครื่องยนต์ฮอนด้า

0.56

กุ้งฝอยหมักเกลือ(วังประจัน)

4.57

5

หอมแดง

0.36

เครื่องยนต์และส่วนประกอบเครื่องยนต์เก่า

1.41

6

กระเบื้องปูพื้นและทางเดิน

0.26

แมงดาทะเล

1.11

7

หอยตลับมีชีวิต

0.23

ผ้าโสร่งปาเต๊ะ, เสื้อผ้า

0.71

8

ถ่านไม้ป่าชายเลน

0.20

เครื่องยนต์ติดท้ายเรือ

0.60

9

เครื่องสูบของเหลว(ปั้มน้ำ)

0.17

ปลากะพงขาวแช่เย็น

0.42

10

ผ้าสำหรับป้องกันและรักษาบาดแผลติดเชื้อ

0.17

กระเทียม

0.38

3. สถานการณ์การค้าชายแดนจังหวัดสตูล ปี 2552-2555
สถานการณ์และปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการเรื่องการค้าชายแดนจังหวัดสตูล ดังนี้

  1. ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และของประเทศ รวมทั้งเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในประเทศไทยความผันผวนของค่าเงิน ส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวม และการค้าชายแดน
  2. ระบบโครงสร้างพื้นฐานของจังหวัดสตูล ปัจจุบันจังหวัดสตูลมีท่าเทียบเรือที่ใช้เพื่อส่งสินค้าระหว่างประเทศทางน้ำที่สำคัญ คือ ท่าเทียบเรือตำมะลัง ซึ่งในข้อเท็จจริงเส้นทางจากจังหวัดสตูลสู่ต่างประเทศจะมีระยะทางที่ใกล้ และสะดวก และช่วยลดต้นทุนในการขนส่งมากกว่าแต่มีขีดความสามารถในการรองรับสินค้าที่มีน้ำหนักและปริมาณได้ไม่มาก  สำหรับทางบกผ่านด่านวังประจัน ติดกับด่านวังเกรียน ของประเทศมาเลเซียเส้นทางมีขนาดเล็กและคดเคี้ยว
  3. การค้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตรที่มีมูลค่ารวมไม่สูง โดยภาพรวมแนวโน้มการค้าชายแดน ยังชะลอตัว เนื่องจาก ต้องอาศัยปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือภาวะเศรษฐกิจ ที่ผ่านมาอยู่ในช่วงชะลอตัว ทั้งในไทยและต่างประเทศถึงแม้มีแนวโน้มดีขึ้น แต่ปริมาณการสั่งซื้อยังชะลอตัว นอกจากนี้ควรมุ่งเน้นให้การค้าชายแดน เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นและดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามา และสร้างการกระจายรายได้ให้กับชุมชนในท้องถิ่น

การท่องเที่ยว  

สถิติจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ ปี 2549 - 2554

ปี

นักท่องเที่ยวชาวไทย

นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

รวมนักท่องเที่ยว

รายได้

2549

357,529

64,713

422,242

836.74

2550

698,521

44,712

743,233

1,798.20

2551

99,156

33,763

1,032,919

n/a (1,949.24)

2552

627,584

28,626

656,210

1,710.20

2553

659,459

33,511

692,970

2,008.02

2554

676,644

18,053

694,697

2,644.67

หมายเหตุ
สถิติจำนวนนักท่องเที่ยวของปี 2554 ยังไม่สมบูรณ์อยู่ระหว่างการเก็บรวบรวมข้อมูลและการประเมินผล

แหล่งท่องเที่ยว
จังหวัดสตูล  มีศักยภาพในด้านการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวมาก  เพราะมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ  ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ  และแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์  ได้แก่

- พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติจังหวัดสตูล (คฤหาสน์กูเด็น) เดิมเป็นจวนของอำมาตย์ตรี พระยาภูมินารถภักดี (กูบารูเด็น  บินตำมะหงง) เจ้าเมืองสตูล ต่อมากรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2532 และได้ดำเนินการปรับปรุงพัฒนาคฤหาสน์เพื่อจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติจังหวัดสตูล ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จมาเป็นองค์ประธานในพิธีเปิด เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2543

- มัสยิดกลางจังหวัดสตูล หรือที่รู้จักกันอีกชื่อหนึ่งว่า มัสยิดมำบัง สร้างขึ้นตั้งแต่สมัย พระยาสมันตรัฐบุรินทร์ (ตนกูมูฮำหมัดอาเก็ม) เป็นเจ้าเมืองสตูล ชื่อมำบังตั้งตาม ชื่อเมืองสตูลในสมัยนั้น ต่อมาในปี พ.ศ.2517 ได้รื้อทิ้งและดำเนินการก่อสร้างใหม่บนเนื้อที่เดิมเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จฯ  มาทรงเปิด เมื่อวันที่  20  กันยายน  พ.ศ.  2522

- อุทยานแห่งชาติตะรุเตา  เมื่อปี พ.ศ. 2508 กรมราชทัณฑ์ ได้บุกเบิกบริเวณอ่าวตะโล๊ะอุดังและอ่าวตะโล๊ะวาว  เกาะตะรุเตา  ให้เป็นทัณฑสถาน และเป็นนิคมฝึกอาชีพของนักโทษการเมือง ซึ่งเมื่อปลาย 
ปี 2482  รัฐบาลได้ส่งนักโทษการเมืองจากคดี กบฎบวรเดช (พ.ศ.2476) และกบฎนายสิบ (พ.ศ. 2478)  มาคุมขังยังเกาะตะรุเตา ต่อมากรมป่าไม้ได้ถอนการเป็นสภาพการเป็นเขตหวงห้ามเพื่อการราชทัณฑ์บนเกาะออก แล้วจึงประกาศให้เกาะเหล่านี้เป็น  อุทยานแห่งชาติตะรุเตา เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2517 ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 8 ของประเทศ และจากความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติทั้งบนบกและในทะเล     จึงได้รับการยกย่องให้เป็น   ASEAN  Heritage  Parks  and  Reserves  หรือ  อุทยานมรดกของอาเซียน  เมื่อปี 2525

-  เกาะกลางและเกาะไข่  ห่างจากเกาะตะรุเตาไปทางทิศตะวันตกประมาณ 25 กิโลเมตร        จะพบเกาะกลางและเกาะไข่เคียงคู่กัน ชื่อเกาะกลางนั้นสืบเนื่องมาจากตำแหน่งซึ่งกึ่งกลางระหว่างเกาะตะรุเตาและเกาะอาดัง ส่วนชื่อเกาะไข่นั้น เพราะหาดทรายอันขาวสะอาดและสงบของเกาะนี้เป็นที่วางไข่ของเต่าทะเลนั่นเอง นอกจากหาดทรายที่สวยงามแล้วยังมี ซุ้มประตูหิน ประติมากรรมที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ให้โดดเด่นตรึงใจแก่ผู้พบเห็นทุกคน

-  เกาะอาดัง   ชายหาดบริเวณแหลมสนของเกาะอาดัง   เหมาะสมแก่การพักแรม เพลิดเพลินกับความงามทัศนียภาพของท้องฟ้าจรดน้ำ แซมด้วยเกาะแก่งต่างๆ ทางเดินเท้าที่นำทางไปสู่น้ำตกอันเป็นแหล่งน้ำจืดที่ทั้งเจ้าหน้าที่และชาวเลได้ใช้ ดำรงชีพบนเกาะมาเป็นเวลานานแสนนาน

-  เกาะหลีเป๊ะ  ทางใต้ของเกาะอาดังไปประมาณ  1  กิโลเมตร  เป็นที่ตั้งของเกาะหลีเป๊ะ  ซึ่งมีชาวเลอาศัยตั้งถิ่นฐานอยู่ตั้งแต่ปลายสมัย  รัชกาลที่ 5 ยามน้ำลงลานกว้างของปะการังหลากสีใต้ผิวน้ำ             ที่ใสคล้ายกระจกทางด้านหน้าเกาะจะพ้นน้ำมารับแสงอาทิตย์เต็มๆ

-  เกาะหินงาม เลยจากเกาะอาดังไปทางทิศตะวันตกไม่ไกลนัก เกาะหินงามจะโดดเด่นสะดุดตาผู้ผ่านมาด้วยหาดหิน  ก้อนกลมรีขนาดใหญ่ต่างๆ  กันวางเรียงรายให้ชมลานตาดูลื่นเป็นเงาวาววับ เกลี้ยงเกลา เมื่อยามคลื่นซัดสาดมาจะเห็นสีพื้นเข้มสลับริ้วลายเส้นสีอ่อนของหินงามจับตา

-  เกาะบุโหลน หมู่เกาะบุโหลนอยู่ในความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา ตั้งอยู่ห่างจากท่าเรือปากบารา อำเภอละงู จังหวัดสตูล ประมาณ 22 กิโลเมตร เป็นสถานที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งเพราะธรรมชาติที่โดดเด่นไม่แพ้หมู่เกาะอื่นๆ โดยเฉพาะเกาะบุโหลนเลหรือ บุโหลนใหญ่ มีทิวสนขึ้นริมหาดทรายขาวเป็นแนวยาวเสมือนเป็นแนวกำแพงป้องกันภัยทางด้านเหนือและด้านใต้ สามารถกำบังลมได้ดีและยังมีชาวประมงเรือเล็กมาอาศัยจอดเรือหาปลามิได้ขาด การเดินทางสะดวกมีบังกะโลของเอกชน ไว้สำหรับเป็นที่พักอาศัยของนักท่องเที่ยว อาหารและเครื่องดื่มมีไว้บริการพร้อมบนเกาะนี้

-  อุทยานแห่งชาติทะเลบัน มีพื้นที่ 210 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ติดชายแดนประเทศมาเลเซีย ตั้งแต่พื้นที่ป่าดงดิบ ของเทือกเขาสันกาลาคีรีไปตามพรมแดนไทย-มาเลเซีย ในทะเลจึงมีพื้นที่รับผิดชอบส่วนหนึ่งอยู่ในทะเลสุดชายแดนไทย ด้านทิศใต้จรดรัฐเปอร์ลิส  มีป่าไม้มีค่า  และสัตว์ป่านานาชนิด มีถ้ำและน้ำตกสวยงามหลายแห่ง สภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การศึกษาและท่องเที่ยวแก่ผู้ที่สนใจเกี่ยวกับป่าต่างๆ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของแม่น้ำและลำคลองต่างๆ ในจังหวัดสตูล มีบ้านพักมาตรฐานรับรองนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 150 คน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ

-  อุทยานแห่งชาติทางทะเลหมู่เกาะเภตรา เป็นอุทยานแห่งชาติสุดท้ายของจังหวัดสตูล  ที่ทำการตั้งอยู่บริเวณอ่าวนุ่น  ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู มีพื้นที่รับผิดชอบตลอดแนวชายฝั่งอำเภอละงู ถึงเขต จังหวัดตรัง  ครอบคลุมเกาะต่าง ๆ  ตามแนวชายฝั่งตั้งแต่ เกาะลิดี เกาะเขาใหญ่ เกาะบุโหลนและเกาะเภตราของจังหวัดตรัง มีเกาะสวยงามตามธรรมชาติที่มีชื่อเสียง คือ เกาะบุโหลน รองลงมา ได้แก่ เกาะลิดีและ เกาะเภตรา มีที่พักรับรองนักท่องเที่ยวของเอกชน 20 หลัง ที่เกาะบุโหลน

-  แหลมตันหยงโปและหาดทรายยาว ตั้งอยู่ทางปากอ่าวสตูล สามารถนั่งเรือจากด่านศุลกากรเกาะนกหรือท่าเรือหลังตลาดสดสตูลประมาณ 1 ชั่วโมง และสามารถเดินทางได้โดยใช้รถยนต์ ห่างจากสี่แยก
เจ๊ะบิลังประมาณ 7 กิโลเมตร ลักษณะเป็นแหลมยื่นล้ำไปในทะเลอันดามัน  มีหมู่บ้านชาวประมงและ หาดทรายขาวสะอาดยาวเหยียด

-  หาดปากบารา เป็นชายฝั่งริมทะเลอยู่ในตำบลปากน้ำ อำเภอละงู ห่างจากที่ว่าการอำเภอละงู 10 กิโลเมตร   มีท่าเทียบเรือที่สำคัญทางการประมงและเป็นจุดลงเรือเดินทางไปเกาะตะรุเตา  มีทิวสนให้   
ความร่มรื่นตลอดแนวหาดยาวเหยียดซึ่งขนานไปกับถนนสายละงู-ปากบารา

-  น้ำตกวังสายทอง  ตั้งอยู่ที่ตำบลน้ำผุด   อำเภอละงู   สามารถเดินทางโดยรถยนต์ได้         2 ทาง คือ ทางอำเภอละงู ตรงข้ามทางแยกจากถนนสายสตูล-ละงู ที่สามแยกบ้านโกตา ตำบลกำแพง จากจุดนี้ถึงน้ำตกระยะทางประมาณ 26 กิโลเมตร อีกทางหนึ่งคือ ทางอำเภอทุ่งหว้า ตรงสามแยกสะพานวา ตำบล          ป่าแก่บ่อหิน ระยะทางประมาณ 19  กิโลเมตร  ความงามของน้ำตกวังสายทอง  อยู่ที่แอ่งน้ำแต่ละชั้นซึ่งมีลักษณะคล้ายดอกบัวบานลดหลั่นกันลงมาตั้งแต่ชั้นบนสุดถึงต่ำสุด

-  น้ำตกธาราสวรรค์  เป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งมีถึง 5 ชั้น ตั้งอยู่ที่ตำบลควนกาหลง     อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอควนกาหลง 12 กิโลเมตร การเดินทางสะดวกใช้เส้นทางจากสามแยกนิคมฯ  ผ่านที่ว่าการอำเภอควนกาหลงแยกเข้าทางซอย 10

-  น้ำตกปาหนัน  มีต้นน้ำมาจากภูเขาหัวกาหมิง ตั้งอยู่ที่ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง           มีระยะทางจากตัวเมืองสตูล ประมาณ 39 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่ยังไม่ได้รับการตกแต่งด้วยวิทยาการสมัยใหม่ แต่มีการสร้างเขื่อนผลิตพลังงานไฟฟ้าขนาดย่อมอยู่บริเวณน้ำตก ซึ่งส่งผลให้มีทัศนียภาพบริเวณนั้นเปลี่ยนแปลงไปบ้าง อย่างไรก็ตามธรรมชาติแท้ๆ ของป่าและภูเขายังคงอยู่อย่างครบถ้วน สายน้ำจากน้ำตกปาหนันยังไหลอย่างสม่ำเสมอ

-  น้ำตกธารปลิว  ต้นน้ำเกิดจากเขาลุงเครอะในเขตจังหวัดตรัง-สตูล เป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดสตูล อยู่หมู่ที่ 7  ตำบลทุ่งหว้า  อำเภอทุ่งหว้า  ห่างจากที่ว่าการอำเภอ 14 กิโลเมตร         มีลักษณะเป็น 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นแอ่งน้ำขนาดกว้าง 40 เมตร ยาวประมาณ 50 เมตร รอบๆ บริเวณร่มรื่นด้วยพรรณไม้หลากหลาย

-  ถ้ำเจ็ดคด  ตั้งอยู่หมู่ที่  5  ตำบลปาล์มพัฒนา  อำเภอมะนัง  เป็นถ้ำขนาดใหญ่ กว้าง    70 - 80 เมตร  ยาวประมาณ  600  เมตร  บางช่วงสูง 100 - 200  เมตร  มีหินงอกหินย้อยสวยงามมาก           มีคลองใหญ่ทะลุภูเขาเหมาะแก่การล่องเรือเที่ยวถ้ำ ชาวบ้านเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า “ถ้ำสัตคูหา” มี 7 ชั้น

-  ถ้ำภูผาเพชร  เป็นถ้ำขนาดใหญ่  มีหินงอกหินย้อยสวยงามมาก  ภายในถ้ำมีลักษณะเป็น     ห้องโถงแบบโรมันหลายห้อง บริเวณกลางถ้ำเป็นลานกว้าง มีเวทีลักษณะคล้ายลานแสดงคอนเสิร์ต มองขึ้นไปบนเพดานถ้ำ จะเห็นความสวยงามของหินงอกหินย้อยงามระยิบระยับ เหมือนประดับด้วยเพชร อยู่ท้องที่      อำเภอมะนัง   
                                       
-  ถ้ำลอดปูยู  ตั้งอยู่บริเวณตอนใต้ของเขายะเก่ง ในเขตอำเภอเมืองสตูล มีลักษณะสวยงาม เช่น เพดานถ้ำ ประกอบด้วยหินงอกหินย้อย ที่งดงาม ระหว่างสองฝั่งคลองปูยูนั้นประกอบไปด้วย พันธุ์ป่าชายเลนที่ยังอุดมสมบูรณ์  การเดินทางไปยังถ้ำลอดปูยู สามารถเดินทางโดยทางเรือ โดยลงเรือที่ท่าเรือตำมะลัง การเดินทางไปกลับใช้เวลา ประมาณ 1-2 ชั่วโมง

 

หน้า  1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6